➜ บทความสั้นจากนิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ เกี่ยวกับการออกแบบตราสัญลักษณ์ สรุปความคิดเห็นจาก พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ นักออกแบบผู้ที่อยู่เบื้องหลังโลโก้หลายชิ้นที่คุ้นตา หนึ่งในผู้ก่อตั้ง พฤติกรรมการออกแบบ และ คัดสรรดีมาก
เมื่อคุยกับลูกค้าเราต้องทำความเข้าใจกับองค์กรของเขาอย่างละเอียดในทุกๆด้าน เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพราะภายใต้แกนความคิด (Concept) เดียวกัน เราอาจสามารถนำเสนอความคิด (Idea) ในรูปแบบของโลโก้ที่หลากหลายได้ ทั้งแบบการใช้ภาพสัญลักษณ์ (Symbol Mark) และตัวอักษร (Logotype) บางกรณีก็เป็นรูปแบบของการใช้ตัวอักษรอย่างเดียว หรือการเขียนตัวอักษรเฉพาะ (Lettering) นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึง”ระดับการสื่อสาร”ของภาพและตัวอักษรอีกด้วย บางองค์กรก็เหมาะกับการบอกตรงๆ ด้วยภาพที่ตรงตัว (Representational Symbol) ในขณะที่บางองค์กรต้องการภาพที่มีความหมายแฝงที่ช่วยสื่อถึงลักษณะกิจการ บุคลิกภาพหรืออาจรวมถึงความคิดและปรัชญาเบื้องหลัง (Abstract Symbol)
แม้จะเป็นความหมายแฝงที่ซ่อนอย่างแนบเนียนในโลโก้ โอกาสเป็นไปได้สูงทีเดียวที่ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งอาจคิดไม่ทัน หรือมองไม่เห็นความหมายแฝงที่ซุกซ่อนอยู่ พงศ์ธรตอบคำถามที่ว่า โลโก้ที่ออกแบบมาอย่างดี แต่ผู้คนกลับไม่เข้าใจความคิดเบื้องหลังงานออกแบบนั้น นับว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ “เป็นเรื่องปรกติ ที่บางคนจะไม่ทันสังเกต แต่เราเชื่อว่าหากรู้แล้วเขาก็จะไม่ลืม คนเราชอบศิลปะการบอกอ้อมๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าการบอกตรงๆ เป็นสิ่งที่ไม่เท่ห์นะครับ ยิ่งบอกกันตรงๆ ยิ่งต้องทำให้ดีครับ เพราะว่าเราจะไม่เหลือช่องว่างอื่นๆ ให้คนประทับใจเลย นอกจากความสวยงาม ส่วนการจะมีนัยยะแฝง ทำได้เมื่อมีโอกาสให้แฝง และเมี่อแฝงแล้วงานดีขึ้น ลงตัว
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าองค์กรนั้นๆ ประสบความสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ตัวองค์กรเอง อย่างเช่น Starbucks หรือ Macintosh เขาประสบความสำเร็จเพราะวัฒนธรรมองค์กรของเขาดี เป็นความดีจากภายในที่ล้นออกมาสู่ภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และผู้คนรู้สึกได้ ถึงให้ความเชื่อมั่นต่างหาก และโลโก้ก็มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนด้านรูปธรรมให้กับสภาพแท้นั้น ถ้าเปรียบองค์กรเป็นคน นักออกแบบช่วยเขาแต่งตัวให้ดูดีได้ ช่วยดูแลภาพพจน์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทำให้คนๆ นั้นเป็นคนดี มีประสิทธิภาพได้ “ถ้าวัฒนธรรมองค์กรไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแต่โลโก้ องค์กรนั้นก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ”
“หากจะถามถึงระยะเวลาในการออกแบบโลโก้ ก็คงจะตอบได้ไม่แน่ชัด แต่เราจะให้เวลามากในขั้นตอนการคิด เราเชื่อเสมอว่าการคิดนานแล้วทำไม่นาน ดีกว่าการคิดไม่นานเลยต้องทำมากและนาน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละองค์กรที่มีความยากง่ายไม่เท่ากัน เอาเป็นว่าอาจใช้เวลาคิดได้ตั้งแต่ 5 นาที จนถึงเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนก็ได้ ส่วนขั้นตอนการผลิตเราก็มีคอมพิวเตอร์ที่เอื้อให้ทำงานง่ายและเร็วอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วง”
